ใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซากา เกียวโต นารา โกเบ

เคยไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นกันไหมครับ? เป็นเรื่องจริงแหละที่บอกว่าไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโตเกียว โอซากา เกียวโต นารา โกเบ ไปเมื่อไหร่ก็ได้และไปได้หลาย ๆ รอบซ้ำ ๆ กัน

7 ปีที่แล้วเคยไปโอซากากับกลุ่มเพื่อน จำได้ว่าก็สนุกมาก ประทับใจทุกอย่างทั้ง อากาศ บ้านเมือง ทุกที่ๆ ไปเที่ยว อาหาร ผู้คนและบรรยากาศของทริป ทริปนั้นเจอหิมะเป็นครั้งแรก ชอบมาก หยิบมากินเพลินเลย 555 เจอซากุระขาว ชมพูเต็มไปหมด สวยจริงญี่ปุ่นเนี่ย เหมือนทุกอย่างมันลงตัว มันเข้ากันไปหมด

ทริปนี้มากับเพื่อนสนิทและกลุ่มเพื่อนของนาง เป็นเพื่อนใหม่แต่ทุกคนก็น่ารักดี เข้ากันได้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ด้วยเป็นทริปที่ไม่ได้ตั้งใจจะไปตั้งแต่แรก แค่อยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี สด ๆ สวย ๆ อากาศเย็น ๆ ก่อนหิมะแรกจะมา แถมห้องพักที่จองไว้ก็ต้องแคนเซิลเนื่องจากออกจากงานที่เดิมแล้ว เลยใช้สิทธิ์ไม่ได้ เริ่มงานที่ใหม่ได้ไม่ถึงเดือนกว่า ๆ ก็ลายาวอีก หลาย ๆ อย่างดูไม่ค่อยเป็นใจนัก แต่สุดท้ายก็ปรากฏตัวที่สุวรรณภูมิแบบเป๊ะ พร้อมมากและดีใจที่ได้กลับไปเยือนญี่ปุ่นอีกรอบ ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องพึ่ง Traveloka เว็บแสนดีประหยัดเวลาทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักของทริปนี้นะ

ทริปนี้พวกเราเดินทาง 23 พฤศจิกายน อยู่ยาวจนถึง 30 พฤศจิกายน แล้ว 1 ธันวาคมค่อยกลับไทยกัน พวกเราเลือกจะไปโอซากา เกียวโต นารา และโกเบ จริงๆ อยากไปวาคายามาด้วย แต่ด้วยสังขารและเวลา พวกเราเลยเลือกที่จะอยู่ช้อปปิ้งที่โอซากากันมากกว่า จริง ๆ ถ้ารู้จักเราดี เราชอบไปไหนก็ได้ที่ไม่ลำบาก เป็นแนว urban มีอะไรให้กิน ช้อปปิ้ง เที่ยวดู สนุกสนาน ไม่เน้นภูเขา วิวสวยบาดใจอะไรมากมาย สบาย ๆ เหนื่อยก็พัก ไม่ซีเรียส ไม่เอาอะไรที่เรื่องเยอะ มาม่านิไม่เอาเด็ดขาด สังเกตได้จากเมืองที่ชอบไปบ่อย ๆ จะหนีไปไหนไม่ไกลไปจากเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ นะ อันนี้เป็นแนวความชอบส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบแนวธรรมชาตินะ ไปได้ แต่ไม่เอาลำบาก ไม่เอาตื่นตี 3 ไปรอดูวิว ถ่ายวิว นอนกลางป่า ก่อกองไฟ ไม่ไหวจริง ๆ

โอซากา [Osaka]
ไปถึงก็เช้าตรู่ของวันแรกมันก็จะง่วง ๆ หน่อย แต่มันเป็นทริปเราสู้ พวกเราไม่รอช้าจับรถไฟเข้าเมืองทันที น่าจะประมาณชั่วโมงก็เข้ามาในเมืองได้พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ของแต่ละคน มีฉุกละหุกหน่อยที่หาที่พักกันไม่เจอ เดินวนไปมาหลายรอบ สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยพลังของทีม ถามคนแถวนั้นไปทั่ว เดิน ๆ สักพักก็เจอที่พักของพวกเรา เป็นอพาร์ทเมนท์แถวชูโอะ [Chuo] เดินไม่ไกลมากจากซับเวย์ Nagahoribashi ทางออกที่ 6 พวกเราพักกันที่นี่ตลอดทั้งทริป เน้นตื่นเช้า กลับดึก ไปเดย์ไทม์แล้วกลับมานอนที่โอซากา วันแรกเก็บได้แค่ปราสาทโอซากา [Osaka castle] เราเคยมาแล้วก็เดินเก็บรูปไปเรื่อย เพื่อน ๆ ก็เยี่ยมชมปราสาทกันไป เสร็จก็รีบกลับไปเช็คอินเพราะจะได้เข้าอพาร์ทเมนท์ก็บ่าย 3 เช็คอินเสร็จก็รีเฟรชตัวเองเพื่อไปหาอะไรกิน เพื่อนบอกว่าที่พักอยู่ใกล้ตลาด Kuromon ก็ไปเดิน ๆ กัน กินทาโกะยากิ เดินสำรวจร้านเตรียมช้อป กินข้าว กินอุด้งกันเพลิน สรุปว่าวันแรกหมดไปกับชีวิตในเมือง พยายามทำตัวให้คุ้นชินกับซับเวย์ ทางออก อพาร์ทเมนท์ อากาศวันแรกเป็นเลขตัวเดียว ลมพัดตลอด เย็นสุด ๆ อาหารเหรอไม่ต้องพูดถึง กินอะไรก็อร่อย มันดีไปหมดคุณเอ๊ย

เกียวโต [Kyoto]
ด้วยบัตร Kansai Thru Pass แบบ 3 วันพวกเราเลยเที่ยวแถบนี้ได้แบบไม่ต้องกดบัตรซับเวย์จากตู้ รู้สึกว่าบัตรเบ่งนี่ดี แรก ๆ มายังไม่ค่อยมีเหรียญกันไง ที่นี่แนะนำเลยว่าหากมา ต้องเตรียมกระเป๋าใส่เหรียญไว้เลยนะ ต้องใช้ ๆ ตื่นเช้ากันตั้งกะ 6 โมง ออกจากห้องก็ 7 โมงนิด ๆ หาอะไรกินง่าย ๆ เช่น คัทซึด้ง ข้าวหน้าปลาไหลอะไรเรื่อยเปื่อย แวะแฟมิลีมาร์ทบ่อย ๆ แต่เราก็ไม่ลืมที่จะหาโปสการ์ดเขียนหาตัวเองและคนอื่น ๆ ในลิสต์นะ วันนี้ไป Fushimi Inari shrine [อยากไปมานานละ เป็นศาลเจ้าที่มีเสาสีส้มเรียงรายสวยละ เชียว อยากไปถ่ายรูป] Kinkaku-ji [วัดทองกลางทะเลสาบ] Kiyomizu-dera [วัดวิวสวยในรูป] และ Ginkaku-ji [ไปถึงวัดค่ำแล้ว แต่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยดี มีวาดทรายแบบอาร์ต ๆ] บอกเลยว่าเพราะเป็นวันเสาร์ คนเลยเยอะมากในทุกที่ๆ ไป พวกเราก็พยายามถ่ายรูปกันไป ได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ก็ประทับใจนะ คนไปเที่ยวเยอะหนะดีแล้ว ให้เงียบ ๆ เหงา ๆ ก็ไม่เอาเหมือนกัน

เช้าตรู่ของอีกวัน พวกเรามุ่งหน้าไปสวนป่าไผ่ Arashiyama Bamboo Groves ใช้ซับเวย์กับ Google map ช่วย [เป็นประโยชน์มากแต่ต้องมี wifi ดี ๆ ด้วยนะ ทริปนี้พวกเราใช้บริการ portable wifi ของ Tripzee ใช้ได้เลย] ระหว่างทางก็ชมป่าเขา ลำห้วย ผู้คน ชิมอาหารเพลิน ๆ กันไป พอไปถึงป่าไผ่จริง คนเป็นมดเลย ถ่ายไม่ค่อยได้นัก 555 ขากลับก็มาแวะช้อป หาของกินแถวที่พักคือย่าน Shinsaibashi แล้วก็ได้ถ่ายรูปกับ Glico neon แบบแว้บ ๆ เพราะคนเยอะมากอีกตามเคย

Universal Studios Japan, Osaka
วันนึงเต็ม ๆ เลยที่พวกเราใช้เวลากับที่นี่ จริง ๆ ครั้งที่แล้วที่มา เล่นเกือบทุกเครื่องเล่น ขากลับอยู่ในแนวช็อค เพราะกลัว มันเสียว มันไม่ได้สนุกเหมือนคนอื่น หนนี้เลยออกตัวกับเพื่อน ๆ ก่อนเลยว่า จะเลือกเล่นนะ แต่เดินวนให้ครบแหละ จริง ๆ เสียเวลาไปกับการต่อคิวซะเยอะ ใครชอบเล่น แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบเป็น express ไม่มีคิวจ้า เล่นได้ก่อน เล่นได้เยอะ แต่นี่กลัว เลยคิดว่าไม่คุ้มหากซื้อตั๋วแบบนั้น เน้นถ่ายรูป เน้นกิน เน้นชิม ชอบตอนไป Harry potter แล้วชิม butter beer ในอากาศแบบญี่ปุ่นมันอร่อยดี ขากลับก็ช้อปของที่ระลึกตามร้านต่าง ๆ

นารา [Nara] และโกเบ [Kobe]
นาราเป็นเมืองน้องกวาง ไปเล่นกับกวาง ได้รูปสวย ๆ มานิดหน่อย หนนี้กวางแลดู agressive หากถือขนมเค้าแล้วให้ช้าหรือไม่ให้ มีเดินตามและเอาเขามากระทุ้งเลยจ้า โกเบเป็นเมืองท่า ไปถ่ายรูป ไปช้อปตามทางแล้วก็กลับ

เวลาเดินทางทีไร พวกเรามักรู้สึกสนุก ตื่นเต้น ไม่ใช่แค่จุดหมายหรอก เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ผู้ร่วมเดินทาง moment ต่าง ๆ ที่เกิดมันน่าสนใจขึ้นมาทันทีตอนเรากลับมาแล้วและนึกย้อนไปถึงความรู้สึกนั้น ๆ มันเป็นอะไรที่ชื่นฉ่ำ มีความอมยิ้ม และก็อยากจะออกเดินทางอีกครั้งเร็ว ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ไปชมใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อนหลาย ๆ คนเห็นรูปแล้วบอกว่า ยังไม่ค่อยสวย ไม่เยอะ แต่ในสายตาเรา มันเยอะแล้ว เห็นแล้ว มันสวยดีในแบบนั้น ในอนาคตอาจจะมีทริปไปดูใบไม้สีสวยแต่ความรู้สึกก็ไม่น่าจะเหมือนกับครั้งนี้นะ ขอบคุณเพื่อนศรี เพื่อนพา เพื่อนอุ๊สำหรับทริปนี้เช่นกัน พวกเธอเป็นหุ้นส่วนความรู้สึกดี ๆ ในทริปนะ ญี่ปุ่น เอาเข้าจริง ๆ ไปช่วงไหนก็สวยนะ สวยคนละแบบ เพื่อน ๆ คนไหนอยากตามลายแทงพวกเรานิเลย จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka  สำหรับที่พักก็เช่นกัน อย่าเสียเวลาไปค้นหาให้วุ่นวาย สำหรับทริปนี้ พวกเราวางใจ Traveloka ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจองที่พักราคาถูกครับ ลองใช้ดูแล้วจะติดใจนะ

ป.ล. กลับมาถึงไทยปุ๊บ โปสการ์ดที่ส่งให้กับคนในลิสต์มาถึงแล้ว เร็วดีจังแฮะ

You might also like

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept